Gyu Gyu Tei Bangna – เนื้อย่างพรีเมียม สาขาบางนา

วันนี้จะมารีวิวร้านเนื้อย่างสไตล์ญี่ปุ่น แบบไม่เป็น Buffet อีกซักร้านครับ

ถ้าพูดถึงชื่อ ” กิวกิวเต้ ” หลายท่านคงจะรู้จักดี ในเรื่องของคุณภาพเนื้อ ที่ไม่เข้ากับบรรยากาศของร้าน
( หมายถึงสาขาหลักก่อนปรับปรุงอะนะครับ )

ตอนนี้ ร้านกิวกิวเต้ ได้เปิดสาขาขึ้นหลายแห่งเหมือนกัน แต่คนละเจ้าของกันนะครับ
วันนี้ผมมีโอกาสไปลองกิวกิวเต้ สาขาบางนาครับ คุณภาพและบบรยากาศเป็นยังไงไปดูกันเลยครับ

>> https://www.facebook.com/GYU.GYU.TEI.Bangna <<

บรรยากาศในร้านครับ โปร่งๆ สว่างครับ โต๊ะเป็นแบบนั่ง 4 คน มีท่อดูดควันในโต๊ะครับ
เครื่องดูควันที่นี่แรงทีเดียว คือไม่เห็นควันลอยออกจากโต๊ะเลย    ไม่ต้องกลัวหัวเหม็น

เมนูมีตั้งแต่ราคา 1xx จนถึง 2xxx.- เลยครับ หน้านี้เป็นเนื้อแบบพรีเมียมหน่อยคือเนื้อวากิวเกรดดีๆ ราคาสูงเหมือนกัน

ข้าวกระเทียมและชารีฟิล ข้าวร่วนพอได้อยู่ครับ

จานแรกแบบชิวๆ เป็นเนื้อหมูหมักครับ หมักออกหวานนิดๆ นุ่มดี รสหมักแอบคล้ายหมูปิ้งแฮะ ( ฮา )

” Gyu-Gyu Tei Signature ”  (1100.-) ลักษณะเหมือนเนื้อสันใน แต่ก็ยังมีติดมันอยู่พอสมควร

ราคาเหมือนจะสูง แต่จานนี้ได้เยอะมากครับ เนื้อหั่นมาหนาพอประมาณแต่นุ่มมาก มีรสเนื้อชัดเจน
ส่วนตัวผมชอบจานนี้ที่สุดแล้วครับในด้านความคุ้มค่านะ ถ้ามาหลายๆคน แนะนำจานนี้เลยครับคุ้มมาก

จานนี้คือ ” Tontoro ” หรือสันคอหมูนั่นแล มันแทรกเยอะทีเดียว

แต่เนื้อไม่ได้นุ่มแบบละลายนะครับ ออกแนวหยุ่นๆ เด้งๆให้เคี้ยวมากกว่า อร่อยไปอีกแบบครับ

” Karubi Beef ” ( 250.- ) แล่หมาหนาได้ใจ ลายมันก็สวยทีเดียว

จานนี้มีกลิ่นเนื้อชัดเจนครับ เหนียวเล็กน้อยพอเคี้ยวเหมาะกับคนชอบกลิ่นเนื้อ ใครกินไม่โหดผมว่าจานนี้คนนึงก็อิ่มอยู่นะ

ไฮไลท์ของมื้อครับ ” Matsusaka ”  (1200.-) ลายมันสวยงามสมชื่อเนื้อเทพ

ย่างแบบพอสุก ขอบอกว่าละลายในปากสมคำร่ำลือครับ อาจเป็นเพราะแล่ไม่หนามากนัก
เรื่องรสชาติ ฟิลลิ่งผมเหมือนกิน โอโทโร่เลยครับ ( เนื้อปลาทูน่าส่วนท้อง ) คือรสชาติของไขมันค่อนข้างเยอะครับ

ถ้าใครชอบทานโอโทโร่คงปลื้มสุดๆ แนะนำว่า จิ้มกับเกลือพริกไทยจะทำให้เลี่ยนน้อยลงและได้รสเนื้อมากขึ้นครับ

พระเอกของร้านอีกจานครับ ” Kuroge Wagyu ” (1500.-) ราคาสูงกว่าแต่ปริมาฝรเยอะกว่ามัตซึซากะพอควรครับ
ย่างแบบมีเดียม จิ้มเกลือพริกไทย นุ่มละลายรสเนื้อชัดเจนกว่ามัตซึซากะครับชุ่มมากๆ

แอบลองเอาไปจิ้มน้ำจิ้มหน่อยๆ ขอบอกว่าเสียของมากๆครับ กลบรสหวานธรรมชาติของเนื้อหมด

หลังจากที่กินมื้อนี้แล้วผมรู้สึกได้เลยว่าเนื้อเทพๆเนี่ย มันต้องเกลือพริกไทยถึงจะเจ๋งครับ น้ำจิ้มรสมันจัดไปครับ
สองจานส่งท้ายครับ ” Hotate ” ชิ้นดูใหญ่แต่แอบแล่บางไปหน่อยอะครับ

ย่างแล้วหดเล็กน้อย แต่หอยก็สดดีนะครับ เสียดายถ้าหนานิดๆ ข้างในจะเป็นแบบกึ่งสุก สไตล์ร้านอาหารยุโรปเลย

ปิดท้ายกับไอศครีมชาเขียววาซาบิ ( 65.- ) เป็นโฮมเมดของทางร้านครับ เข้มข้นอร่อย

ส่วนถ้วยด้านหลังเป็นรสเอสเพรสโซ อร่อยเช่นกัน ไอศครีมร้านนี้ เนื้อสัมผัสแนวเดียวกับเจลาโตครับคือหนืดๆหน่อย

วันที่ไปพนักงานบริการดีมากครับ เติมชาเก็บจานเร็วดี และมีเปลี่ยนตะแกรงกับเติมถ่านให้เรื่อยๆ
บางจังหวะเติมถ่านเยอะแอบร้อนเลย ไฟเค้าแรง ( ฮา )

คุณภาพเนื้อดีมากครับ ราคาก็ไม่แรงมากนัก ( ไม่นับพวกเนื้อเกรดพรีเมียมนะครับ อันนั้นตามราคา )
บางคนอาจบอกว่า Buffet ดูสะใจกว่า แต่ถ้าลองกินเนื้อย่างแบบ A la carte ดูจะเห็นว่าคุณภาพต่างกันชัดเจนเหมือนกันครับ

ถ้าเทียบกับร้านเนื้อย่างญี่ปุ่นชื่อดังอื่นๆ อันนี้อาจต้องดูเป็นอย่างๆไปนะครับผมว่า

โดยรวมก็เป็นร้านที่คุ้มค่าพอสมควรทีเดียว ใครอยู่ละแวกนี้หรืออยากกินเนื้อย่างดีๆ ก็มาลองกันได้ครับ

Advertisements

เกี่ยวกับ bellhub
Happy go Eating

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: