Aston Gastro Bar – Molecular by Thai Chef

Aston Gastro Bar เป็นร้านที่เปิดมาได้ซักพักแล้วครับ ( ราวๆสองปีเห็นจะได้ )
ร้านตั้งอยู่ที่ Crystal Design Center , Community Mall หรู เลียบทางด่วนรามอินทราครับ >> แผนที่และเมนูครับ <<

อาหารที่ร้านนี้จะเรียกว่า อาหารตะวันตกก็ไม่เชิงนักครับ ใช้คำว่า ” Modern Stlye ” จะดีกว่า
เพราะหลายๆเมนู ได้มีการจับอาหารหลายๆชาติ มารวมกันเป็นสไตล์ของทางร้านเอง

วันที่ไป ได้คุยกับเชฟต้นหรือเชฟเจ้าของร้านนี้ เป็นคนที่มีไอเดียแหวกแนวและกล้าที่จะนำเสนอมากเลย
อาหารในร้านนี้ เป็นเมนูที่เชฟคิดขึ้นเกือบทั้งหมดครับ ซึ่งทำให้มีความแปลกใหม่พอสมควร

อันที่จริงร้านนี้ผมเคยมาสมัยเปิดใหม่ๆครับ ตอนนั้นร้านนี้ดูน่าสนใจมากเลยที่เปิดตัวว่า ใช้ Molecular Gastronomy
แต่พอมาถึงจริงๆ กลับเจอว่าเมนูค่อนข้างธรรมดาพอสมควรเลยผิดหวังนิดหน่อย

ล่าสุด ทางร้านได้ปรับเมนูอย่างมาก ในครั้งนี้เชฟได้เชิญมาลองเมนูใหม่ ( คือผมเกาะเค้ามา ) เลยมีโอกาสมาลองอีกครั้งครับ

บรรยากศร้าน มีลูกค้าพอสมควรเลยทีเดียว

วันนี้ได้ลองกันแบบจัดเต็มไปเลยครับ ภาพค่อนข้างเยอะ ค่อยๆดูไปละกันนะครับ

Ume Bomb ” จานนี้เป็นน้ำบ๊วย เอามาทำแบบ Sphere ครับ

พอใส่ปากเข้าไปจะแตกโพละ เป็นน้ำบ๊วยรสเปรี้ยวหวาน อร่อยมากครับ

Organized Caesar Salad ” ( 150.- )

จานนี้เป็นซีซาร์ สลัดที่เรารู้จักกันนี่ล่ะครับ แต่ทำมาให้ทานง่ายด้วยการทำเป็นคำๆ ห่อด้วยแป้งปอเปี๊ยสด
น้ำสลัดหวานกำลังดี ผักก็สดดี Presentation ก็น่าสนใจดีครับ

” Cold Smoke Tuna ” จานนี้เป็นคล้ายๆ Tuna tartar ครับ แต่ร้านนี้ทำรสจัดออกเผ็ดเค็มเปรี้ยวเด่นนิดนึง
เหมือนเป็นทูน่า ซอสพริกประมาณนั้น อร่อยทีเดียว 🙂 เทียบกับรอบก่อน ถ้าจำไม่ผิด รอบนี้รสค่อนข้างเข้มข้นกว่ามากครับ

Truffle Soup

Estrella Damm

ในถ้วยคือ Truffle Soup กับ Cappuccino foam  ตัวซุปอร่อยเข้มข้นมากครับ
แต่ตอนทานผมดันพลาดซดโฟมเข้าไปซะเยอะ ตัวโฟมเย็นและหวานครับ
อันที่จริง ถ้าทานพร้อมกันน่าจะได้รสชาติที่น่าสนใจเหมือนกัน แต่ผมว่า ตัวซุปทรัฟเฟิลของเค้าก็ดีอยู่แล้วครับ

ส่วนเครื่องดื่มคือเบียร์ Premium ยี่ห้อ Estrella Damm
บอกตรงๆ ผมไม่ค่อยมีความรู้เรื่องเบียร์ครับ แต่เบียร์ตัวนี้อร่อยและดื่มง่ายมาก
ตอนดื่มเข้าไป รู้สึกถึงรสข้าวชัดเจนและหอมมาก ในรูปที่ใส่แก้วมีดาวนั่น เป็นแก้วเฉพาะของเบียร์ชนิดนี้ครับ

 Foie Gras Terrine 2.0 ” ตัวเทอรีนของร้านนี้ Sous-vide ก่อนจะมาเป็นเทอรีนครับ
ทำให้ตัวตับจานนี้ เนื้อเนียน สุกพอดี และไม่คาว เป็นเทอรีนที่เนียนและอร่อยครับ
ส่วนเบอรี่ที่ให้มาด้วยก็ตัดรสกันดี แต่สัดส่วนของเบอรี่ผมว่าน้อยไปนิดครับ แล้วพวกธัญพืชที่ใส่มาก็ไม่ค่อยตัดรสเท่าไหร่

” Caramelized Foie Gras ”  จานนี้ สุกพอดีและอร่อยมากอีกจานครับ

ตัวตับผิวไม่กรอบ แต่ทำคาราเมล บริเวณผิว ทำให้ได้รสหวานปนขม อร่อยครับ ทานกับซอสแอปเปิ้ลก็แก้เลี่ยนได้ดีทีเดียว

ส่วนของตกแต่ง ที่เหมือนเยลลี่ เป็นเยลลี่เหล้าบ๊วยครับ ไว้กินตัดเลี่ยนเช่นกัน จานนี้เป็นจานที่มีรายละเอียดมากทีเดียว

”  Watermelon CRU ” จานนี้เหมือนเป็นเชอร์เบทล้างปากครับ เป็นแตงโม Compressed กับเหล้า Vodka

เหมือนเป็นคอกเทลแบบแห้งครับ ตอนทานผมไม่รู้ว่าเป็นเหล้าครับ ตอนทานเข้าไปนี่ตกใจเล็กน้อย แต่อร่อยครับ

ถ้าน้ำในเนื้อแตงโมเป็นแบบนี้จริง แตงโมคงแพงพิลึกนะครับ




   Spaghetti Mentaiko

ตัวเส้นกึ่งแข็งกึ่งนิ่มครับ ไข่ปลาและเนื้อปูกระจายทั่ว
ไข่ปลาออกเผ็ดมัน ส่วนเนื้อปูเค็มๆ ครับ อร่อยดี

จานทางซ้ายเป็นแซลมอน กับซอสและเครื่องเคียง ตัวแซลมอนทำแบบ Sous-vide  เช่นกัน
เนื้อปลาจานนี้ สุกได้สีสันสวยงามมากครับ ตอนชิม Texture คล้ายรมควัน แต่นุ่มกว่าและไม่แห้ง

ซอสก็หวานมัน อร่อยดีอันที่จริง จานนี้ถ้ารมกลิ่นควันมา จะสุดยอดมากเลยครับ
( แต่จะว่าไป เหมือนจะมีเมนูไอเดียทำนองนี้ใน Molecular Gastronomy หลายแห่งนะครับ )

Sea Urchin Risotto ” จานนี้ตัวข้าวออกเหลวครับ สำหรับร้านในไทยแล้ว ผมคิดว่าแปลกมากเลยทีเดียว
( ส่วนมากที่เจอจะแห่งกว่านี้ ) แต่รสชาติ จานนี้อร่อยผิดคาดครับ ถึงแม้รสหอยจะไม่เข้มข้นสุดๆ แต่กำลังดีมาก

วาซาบิที่ใส่มาเป็นวาซาบิแบบหั่นฝอย ทำให้ได้รสชาติที่น่าสนใจกว่าแบบขูด และเข้ากับรสหอยเม่นมากๆ
( แอบคิดนิดนึงว่า วาซาบิพอไม่ขูด มันเหมือนน้ำพริกหนุ่มเลยอะครับ ฮ่าๆ )

มาถึง Main course สองจานเด่นกันบ้าง ทางซ้ายคือ ” Wagyu Tenderloin A3 “

ตัวเนื้อย่างมาสุกแบบ มีเดียมแรร์ครับ ( แน่นอนว่าทำ Sous-vide ก่อนครับ )

ส่วนจานทางขวาคือ “ Miso Snow Fish ” จานนี้ Sous-vide ทั้งชิ้นแบบไม่ทอดเลย
ทำให้เนื้อปลาฉ่ำมากครับ ถึงจะไม่มีความกรอบที่ผิว แต่การใส่ซุปมาทำให้ได้สัมผัสเหมือนปลานึ่ง

การปรุงรสก็ทำมาได้ดีมากครับ เป็นปลาหิมะ นึ่งมิโซะที่อร่อยมาก ( แต่เส้นนี่เฉยๆนะครับ แหะๆ )

เจ้าก้อนที่ Top มาบนเนื้อคือ ไขกระดูกครับ กินกับเนื้อแดงแล้ว เข้ากันมาก

เชฟต้นใช้แนวคิดเดียวกับ เมนู Rossini’s ที่ใช้ตับห่านวางบนเนื้อแดงเพิ่มไขมันให้เนื้อ
แต่จานนี้ ใช้ไขกระดูกวัว ทำให้เข้ากันมากครับ ส่วนตัวผมว่าเข้ากันมากกว่าตับห่านกับเนื้อพอสมควรครับ

Duck Breast ” ( 350.- )

จานนี้เนื้อเป็ดออกมาเหนียวไปนิดครับ แต่การปรุงรสค่อนข้างดีทีเดียว
เชฟเองก็ยอมรับครับว่า เป็ดไทยมันเนื้อคงออกมาประมาณนี้แหละ แต่ถ้าทำให้บางน่าจะโอเคครับ

Chicken ” ( 395.-) ชื่อเมนูดูพื้นๆมาก แต่จานนี้อร่อยมากครับ
ตัวเนื้อไก่ดูขาวเหมือนเนื้ออก แต่เป็นเพราะเชฟใช้วิธีแชาน้ำเกลือไว้ครับ

จานนี้ปรุงรสด้วยการ Sous-vide เช่นกัน เนื้อไก่นุ่มมาก Stuff มาด้วยอะไรจำไม่ได้แล้วครับ แต่ออกเค็มนิดๆ
ตัวหนังก็ทำเหมือนม้วนมาด้วยหนังไก่อีกที ส่วนรีซอตโต่ที่เสริฟมาด้วยกันก็ เค็มๆมันๆ มีรสเห็ด

โดยรวมถือเป็นจานที่ทำองค์ประกอบทั้งจานออกมาได้สมบูรณ์ครับ

จานนี้เชฟตั้งใจจะเท ชอกโกแลตร้อนออกมาก่อน แล้วใช้ Liquid Nitrogen ทำให้ผิวหน้าเย็นแข็ง ข้างใต้ร้อน

แต่ดูเหมือนว่าเพราะมันเป็นของเหลวที่น้ำหนักใกล้กันรึไงไม่ทราบ ตัวไนโตรเจนเลยละลายลงไปปนกับชอกโกแลตข้างใต้
จานนี้เลยกลายเป็นชอกโกแลตเหลวแบบเย็นแทน แต่ก็ใช้ได้อยู่นะครับ หุหุ

Waffle Gangnam Style ของเชฟครับ ( ฮา ) เป็นไอศครีมรสนมข้นหวาน ราดด้วยทรัฟเฟิลเสริฟพร้อมวาเฟิล
ตัวไอศครีม รสชาติเป็นนมข้นหวานจริงๆครับ น่าสนใจและอร่อยครับ แต่วาฟเฟิลค่อนข้างธรรมดาครับ

แอบอยากให้เป็นเมนู ไอศครีมนมข้น ราดมาบน ปาท่องโก๋ สไตล์ของเชฟ คงน่าสนใจมากเลยครับ

Carrot Cake

 ” Deconstructed Carrote Cake

จานนี้ก็เท่อีกแล้ว

รสชาติก็เป็นแครอทเค้ก ที่แครอทอยู่ด้านนอก

เนื้อเค้กละเอียดดีครับ ตกแต่งก็สวยดี

จานนี้ผมขอใช้คำว่า “น่าสนใจ” แล้วกัน

Dragon Breath

ปิดท้ายด้วยเจ้านี่ครับ

” Dragon Breath “

เป็น Freeze Dried Strawberry

แช่ในไนโตรเจนเหลว

พอกัดเข้าไป จะมีควันพุ่งออกจากปาก

เหมือนมังกรจริงๆครับ สนุกดีนะ

 สรุปรวม มื้อนี้เป็นมื้อที่ประทับใจมากๆครับ อาหารอร่อย ถึงอร่อยมาก

อันนี้ต้องขอขอบคุณเชฟเป็นพิเศษ ที่ดูจะคุมการผลิตทุกจานเลย แหะๆ ก็ขอให้เป็นคุณภาพเท่านี้ไปตลอดเลยครับ

ราคาเทียบกับวัตถุดิบและความตั้งใจในการทำแต่ละจานแล้ว สำหรับผมถือว่าไม่แพงครับ
ถ้าใครจะหาส่วนลดซัก 10% ( อารมณ์ว่าตัด Vat ออก คำนวณง่าย ) ก็เป็นราคาที่คุ้มครับ

เสียดายร้านนี้มาอยู่ซะไกล ( บ้านผม ) ถึง CDC เลย ( แถมรถติดวินาศอีกตะหาก ) ไม่งั้นคงได้มีโอกาสมาซ้ำครับ

Advertisements

เกี่ยวกับ bellhub
Happy go Eating

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: